Doodle นี้ทำขึ้นใช้กับการเเสดงผลกับ Google ทั่วโลก โดยเป็นการบ่งบอกถึงการเเข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย นัดชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติสเปน เเละ ทีมชาติเนเธอร์เเลนด์ (ฮอลเเลนด์) ณ ซ็อคเกอร์ ซิตี้ สเตเดี้ยม เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศ สาธารณรัฐเเอฟริกาใต้
ข้อมูลจำเพาะ : Doodle เเสดงในวันที่ 11 กรกฎาคม 2553 (11 July 2010) ซึ่งเป็นวันเเข่งขันรองชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2010
ประเทศที่เเสดง Doodle : ทั่วโลก
หัวข้อ : World Cup Final
เรื่องราวที่น่าสนใจจาก Doodle นี้
การเเข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 19 เเละเป็นครั้งที่เเรกที่ได้จัดขึ้นในทวีปแอฟริกา โดยมีประเทศสาธารณรัฐเเอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ จัดการเเข่งขันระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน-11 กรกฎาคม 2553 ใช้สนามเเข่งขันทั้งหมด 10 สนาม จาก 9 เมือง ประกอบไปด้วย
1.เมืองโจฮันเนสเบิร์ก มี 2 สนามคือ ซอกเกอร์ซิตี้ สเตเดี้ยม (ใช้ในการเเข่งขันนัดเเรกเเละรอบชิงชนะเลิศด้วย) มีความจุ 94,900 ที่นั่ง เเละ เอลลิสพาร์ก สเตเดี้ยม มีความจุ 62,567 ที่นั่ง
2.เมืองเดอร์บัน คือ โมเสสมาบีดา สเตเดี้ยม มีความจุ 70,000 ที่นั่ง
3.เมืองเคปทาวน์ คือ กรีนพอยต์ สเตเดี้ยม มีความจุ 69,070 ที่นั่ง
4.เมืองพริทอเรีย คือ ลอฟตัสเวอร์สเฟลด์ สเตเดี้ยม มีความจุ 51,760 ที่นั่ง
5.เมืองพอร์ตเอลิซาเบท คือ เนลสันมันเดลาเบย์ สเตเดี้ยม มีความจุ 48,000 ที่นั่ง
6.เมืองบลูมฟอนเทน คือ ฟรีสเตต สเตเดี้ยม มีความจุ 48,000 ที่นั่ง
7.เมืองโพโลเควน คือ ปีเตอร์โมกาบา สเตเดี้ยม มีความจุ 46,000 ที่นั่ง
8.เมืองเนลสไปรต์ คือ อึมบอมเบลา สเตเดี้ยม มีความจุ 43,500 ที่นั่ง
9.เมืองรุสเทนเบิร์ก คือ รอยัลบาโฟเกง สเตเดี้ยม มีความจุ 42,000 ที่นั่ง
โดยมีทีมชาติที่เข้าร่วมการเเข่งขันทั้งสิ้น 32 ทีม จาก 6 สมาพันธ์ โดยในนัดชิงชนะเลิศเป็นการพบกันของทีมจากทวีปยุโรปด้วยกันเองคือทีมชาติสเปนเเละทีมชาติเนเธอร์เเลนด์ (ฮอลเเลนด์) โดยครั้งที่จะเป็นครั้งเเรกที่ทีมจากทวีปยุโรปมาคว้าเเชมป์ได้นอกทวีปเป็นครั้งเเรกในประวัติศาสตร์
ทีมชาติสเปนที่เป็นตัวเต็งตั้งเเต่ยังไม่เริ่มการเเข่งขันฟุตบอลโลก โดยทีมชาติสเปนพลาดท่าในการเเข่งขันรอบเเบ่งกลุ่มนัดเเรกต่อทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ (0-1) หลังจากนั้นมาเอาชนะทีมชาติฮอนดูรัส (2-0) เเละนัดสุดท้ายของรอบเเบ่งกลุ่ม เฉือนชนะทีมชาติชิลี ไป (1-2) จากนั้นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายสามารถเฉือนเอาชนะทีมชาติโปรตุเกสไป (1-0) เเละรอบ 8 ทีมสุดท้ายมาเฉือนเอาชนะทีมชาติปารากวัยไป(0-1) ส่วนรอบรองชนะเลิศเอาชนะทีมชาติเยอรมันไป (0-1) ก่อนรอบชิงชนะเลิศจะสามารถเฉือนเอาชนะทีมชาติเนอเธอร์เเลนด์ไป (0-1) คว้าเเชมป์โลกครั้งเเรกในประวัติศาสตร์ของชาติ
ส่วนทีมชาติเนเธอร์เเลนด์ทำผลงานได้อย่าดีมาตลอดรอบคัดเลือก โดยในรอบเเบ่งกลุ่มนัดเเรกสามารถเอาชนะทีมชาติเดนมาร์กไป (2-0) เเละตามมาด้วยเฉือนชนะทีมชาติญี่ปุ่นไป (1-0) เเละนัดสุดท้ายเอาชนะทีมชาติเเคเมอรูนไป (1-2) เข้ารอบเป็นที่ 1 ของสายโดยชนะรวดทุกนัด โดยรอบ 16 ทีมสุดท้ายสามารถเอาชนะสโลวาเกียไป (2-1) จากนั้นรอบ 8 ทีมสุดท้าย สามารถสร้างความตกตะลึงด้วยการเฉือนเอาชนะทีมชาติบราซิลไป (2-1) ผ่านเข้ามาพบกับทีมชาติอุรุกวัย เเละสามารถเอาชนะไป (2-3) ก่อนจะเข้ามาชิงชนะเลิศเป็นหนที่ 3 ของประวัติศาสตร์เเละพลาดท่าพ่ายทีมชาติสเปนไป (0-1)
โดยในการเเข่งขันนัดชิงชนะเลิศ มีขึ้นในวันที่ 11 กรกฎาคม ที่สนามซอกเกอร์ซิตี เมืองโจฮันเนสเบิร์ก โดยทีมชาติสเปน ชนะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ 1–0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ โดยอันเดรส อีเนียสตา ทำประตูให้กับสเปน ส่งผลให้ทีมสเปน เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรก ในการแข่งขันมีการฟาวล์อยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะจากทีมชาติเนเธอร์แลนด์ มีการให้ใบเหลืองทั้งหมด 13 ครั้ง และจอห์น ไฮติงกา จากเนเธอร์แลนด์ ได้รับใบแดง ทีมเนเธอร์แลนด์มีโอกาสทำประตูหลายครั้ง โดยเฉพาะในนาทีที่ 60 อาร์เยน ร็อบเบน ได้บอลจาก เวสลีย์ ชไนเดอร์ จากนั้นก็เข้าชิงประตูแบบหนึ่งต่อหนึ่ง กับผู้รักษาประตู อีเกร์ กาซียัส ของสเปน แต่กาซียัสใช้ขาสกัดออกไปได้ ขณะที่ทีมชาติสเปน ในท้ายที่สุด อันเดรส อีเนียสตา ทำประตูด้วยการยิงกึ่งวอลเลย์ ในการต่อเวลาพิเศษ ที่ส่งผ่านมาโดยเซสก์ ฟาเบรกัส
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เนเธอร์เเลนด์ (ฮอลแลนด์) : มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก – เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล, จอห์น ไฮติงก้า, โยริส มาไธจ์เซ่น, โจวานี่ ฟาน บร็องค์ฮอร์สต์ (กัปตันทีม) (เอ็ดสัน บราฟไฮด์ น.105) – มาร์ค ฟาน บอมเมล, ไนเจล เด ยอง (ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท น.99) – อาร์เยน ร็อบเบน, เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์, เดิร์ค เค้าท์ (เอลเยโร่ เอเลีย น.71) – โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
สำรองที่ไม่ได้ใช้ : มิเชล ฟอร์ม (ผู้รักษาประตู) – ซานเดอร์ บอสช์เกอร์ (ผู้รักษาประตู), คาลิด บูลาห์รูซ, อังเดร ออยเยอร์, เดมี่ เดอ ซูว์, สไตจ์น ชาร์ส, อิบราฮิม อเฟลเลย์, ไรอัน บาเบิล, คลาส แยน ฮุนเตลาร์
ใบเหลือง : โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.15, มาร์ค ฟาน บอมเมล น.22, ไนเจล เด ยอง น.28, โจวานี่ ฟาน บร็องค์ฮอร์สต์ น.54, จอห์น ไฮติงก้า น.57, อาร์เยน ร็อบเบน น.84, เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล น.111
ใบแดง : จอห์น ไฮติงก้า น.109
สเปน : อีเกร์ กาซียาส (กัปตันทีม) – เซร์คิโอ รามอส, เคราร์ด ปิเก้, การ์เลส ปูโยล, โจน กัปเดบีล่า – เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ชาบี อลอนโซ่ (เชส ฟาเบรกาส น.87) – เปโดร โรดริเกซ (เฆซุส นาบาส น.60), ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรส อิเนียสต้า – ดาบิด บีย่า (เฟร์นานโด ตอร์เรส น.106)
สำรองที่ไม่ได้ใช้ : โฆเซ่ เรน่า (ผู้รักษาประตู) – บิคตอร์ บัลเดส (ผู้รักษาประตู) – ราอูล อัลบิโอล, อัลบาโร่ อาร์เบลัว, ฆาบี มาร์ติเนซ, การ์ลอส มาร์เชน่า, ดาบิด ซิลบา, ฆวน มานูเอล มาตา, เฟร์นานโด ยอเรนเต้
ใบเหลือง : การ์เลส ปูโยล น.16, เซร์คิโอ รามอส น.23, โจน กัปเดบีล่า น.67
ผู้ตัดสิน : ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ (อังกฤษ)
ผู้ชม : 84,490 คน





